ข้าราชการ
     
 

การปรับปรุงการกำหนดตำแหน่ง

วิธีการดำเนินการกำหนดตำแหน่ง
1. ตรวจสอบตำแหน่งที่จะดำเนินการกำหนดตำแหน่ง เช่น กำหมดตำแหน่งสูงขึ้น เปลี่ยนประเภทตำแหน่งจากทั่วไปเป็นวิชาการ เป็นต้น ว่าเป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่ ก.พ. กำหนด
2. การกำหนดตำแหน่งดำเนินการได้ 2 กรณี คือ ตำแหน่งว่าง และกรณีที่มีผู้ดำรงตำแหน่ง จะดำเนินการได้เมื่อผู้ดำรงตำแหน่งเป็นผู้มีคุณสมบัติตรงตามคุณสมบัติเฉพาะสำหรับตำแหน่งตามมาตรฐานการกำหนดตำแหน่งและเป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่ ก.พ. กำหนดเกี่ยวกับการแต่งตั้งบุคคลให้ดำรงตำแหน่ง
3. การกำหนดตำแหน่งที่มีผลเป็นการเพิ่มค่าใช้จ่ายด้านบุคคลสูงขึ้น ให้หน่วยงานนำตำแหน่งว่างที่มีเงินมายุบเลิก โดยคำนวณจากค่าตอบแทนเฉลี่ยของตำแหน่งที่นำมายุบ จะต้องครอบคลุมค่าตอบแทนเฉลี่ยที่เพิ่มสูงขึ้นจากการกำหนดตำแหน่งนั้นๆ
4. หน่วยงานจัดทำแบบประเมินค่างานของตำแหน่งตามแบบฟอร์มที่ ก.พ. กำหนด
5. เสนอ อ.ก.พ. กระทรวงสาธารณสุข
6. แจ้งมติ ที่ อ.ก.พ. กระทรวงสาธารณสุขอนุมัติ

ระเบียบ หลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้อง
หนังสือสำนักงาน กพ. ที่ นร 1008/ว17 ลงวันที่ 2 กรกฎาคม 2552 เรื่องหลักเกณฑ์และเงื่อนไขการกำหนดตำแหน่ง
หนังสือสำนักงาน กพ. ที่ นร 1008.3.3/314 ลงวันที่ 10 สิงหาคม 2552
หนังสือสำนักงาน กพ. ที่ นร 1008/ว 25 ลงวันที่ 21 กันยายน 2552 เรื่องหลักเกณฑ์และเงื่อนไขการกำหนดตำแหน่ง
หนังสือสำนักงาน กพ. ที่ นร 1008.3.3/236 ลงวันที่ 29 กันยายน 2553
หนังสือสำนักงาน กพ. ที่ นร 1008/ว 40 ลงวันที่ 30 กันยายน 2553 เรื่องหลักเกณฑ์และเงื่อนไขการกำหนดตำแหน่ง
หนังสือสำนักงาน กพ. ที่ นร 1008.3.3/90 ลงวันที่ 20 มกราคม 2554
หนังสือสำนักงาน กพ. ที่ นร 1008/ว 17 ลงวันที่ 30 มิถุนายน 2554 เรื่องการปรับปรุงตารางแสดงค่าตอบแทนเฉลี่ยของตำแหน่งข้าราชการพลเรือนสามัญ
หนังสือสำนักงาน กพ. ที่ นร 1008/ว 26 ลงวันที่ 14 กันยายน 2554 เรื่องหลักเกณฑ์และเงื่อนไขการกำหนดตำแหน่งภายในกรอบมูลค่าราวมของตำแหน่ง
หนังสือสำนักงาน กพ. ที่ นร 1008.3.3/340 ลงวันที่ 28 กันยายน 2554
การเลื่อนเงินเดือนและการให้เงินค่าตอบแทนพิเศษข้าราชการ (ที่ สธ 0319/2315 ลงวันที่ 19 ตุลาคม 2556

แบบฟอร์ม
แบบประเมินค่างานตำแหน่งประเภททั่วไป (ระดับชำนาญงาน และระดับอาวุโส)
แบบประเมินค่างานตำแหน่งประเภทวิชาการ (ระดับชำนาญการ และระดับชำนาญการพิเศษ)
แบบประเมินค่างานตำแหน่งประเภทอำนวยการ ระดับสูง / ประเภทวิชาการ ระดับเชี่ยวชาญและระดับทรงคุณวุฒิ / ประเภททั่วไป ระดับทักษะพิเศษ
การเขียนแบบประเมินค่างานเพื่อกำหนดตำแหน่งประเภทวิชาการ ระดับเชี่ยวชาญ

มติ อ.ก.พ. กระทรวงสาธารณสุข
การประชุมครั้งที่ 3/2555 เมื่อวันที่ 25 มิถุนายน 2555

 
 

การจัดสรรนักเรียนทุน กรมการแพทย์ (แพทย์ / ทันตแพทย์ / สัตวแพทย์)

ขั้นตอนการขอรับจัดสรรแพทย์ ทันตแพทย์ และเภสัชกร ผู้ให้สัญญาของกระทรวงสาธารณสุข
1. สำนักบริหารทรัพยากรบุคคลสอบถามความต้องการของหน่วยงานในการรับจัดสรร แพทย์ ทันตแพทย์ และเภสัชกร ผู้ให้สัญญาของกระทรวงสาธารณสุข
2. หน่วยงานแจ้งความต้องการโดยจะต้องมีตำแหน่งว่างรองรับ แพทย์ ทันตแพทย์ และเภสัชกร ผู้ให้สัญญาของกระทรวงสาธารณสุข ตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน ของปีนั้น ๆ
3. สำนักบริหารทรัพยากรบุคคลตรวจสอบตำแหน่งว่าง และสงวนตำแหน่งไว้รองรับ หน่วยงานห้ามใช้ตำแหน่งว่างดังกล่าว
4. นักศึกษาแพทย์ ทันตแพทย์ และเภสัชกร ผู้ให้สัญญาของกระทรวงสาธารณสุข เลือกพื้นที่ชดใช้ทุน
5. สำนักบริหารทรัพยากรบุคคลแจ้งผลการจัดสรรให้หน่วยงานทราบ ส่งตัวแพทย์ ทันตแพทย์ และเภสัชกร ผู้ให้สัญญาของกระทรวงสาธารณสุข รายงานตัวปฏิบัติราชการชดใช้ทุน

 
 

แจ้งผลการจัดสรรนักศึกษาโควตาหลักสูตรพยาบาลศาสตรบัณฑิต

หลักเกณฑ์การสนับสนุนทุนการศึกษา
หน่วยงานจะต้องมีเงินบำรุงเพียงพอที่จะสนับสนุนทุนการศึกษา ปีการศึกษาละ 30,000 บาท/คน/ปี

แจ้งผลการจัดสรร
ปีการศึกษา 2555

 
 

เครื่องราชอิสริยาภรณ์

ขั้นตอนการดำเนินการ
1. ตรวจสอบคุณสมบัติ และประวัติเครื่องราชอิสริยาภรณ์ชั้นรองของข้าราชการ ลูกจ้างประจำ และพนักงานราชการจากฐานข้อมูลระบบสารสนเทศของสำนักบริหารทรัพยากรบุคคล โดยแยกแต่ละชั้นตรา ตามระเบียบและหลักเกณฑ์ที่กำหนด
2. รวบรวมชื่อผู้มีคุณสมบัติในการขอพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ทุกชั้นตราและจัดทำเอกสารพร้อมประชุมคณะกรรมการกลั่นกรองพิจารณากลั่นกรองฯ (ระดับกรม) พิจารณาและมีมติ
3. พิมพ์ประวัติการรับราชการของข้าราชการที่มีคุณสมบัติที่จะขอเหรียญจักรพรรดิมาลา(ร.จ.พ.) เพื่อส่งให้หน่วยงานที่มีข้าราชการที่มีคุณสมบัติ โดยมอบให้ผู้มีคุณสมบัติเซ็นชื่อรับรองประวัติและส่งคืนสำนักบริหารทรัพยากรบุคคลดำเนินการต่อไป
4. จัดทำรายชื่อข้าราชการ ลูกจ้างประจำ พนักงานราชการ ผู้มีคุณสมบัติเสนอขอพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ ตามที่คณะกรรมการกลั่นกรองพิจารณากลั่นกรองฯ (ระดับกรม) มีมติ แล้วส่งสำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข เพื่อเข้าประชุมคณะกรรมการพิจารณากลั่นกรองฯ(ระดับกระทรวง) พิจารณาและมีมติ
5. ตรวจสอบคุณสมบัติของข้าราชการ ลูกจ้างประจำ พนักงานราชการ เพื่อเพิ่มเติมหรือคัดออก ในกรณีมีการเลื่อนระดับ, การโอน, ลาออก, ถึงแก่กรรม
6. จัดทำบัญชีรายชื่อพร้อมแนบเอกสารประกอบ ของข้าราชการ ลูกจ้างประจำ พนักงานราชการ ผู้มีคุณสมบัติเสนอขอพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ประจำปี (ตามแบบที่กำหนด : บัญชีรายชื่อ / บัญชีแสดงคุณสมบัติ / บัญชีชั้นตรา) แล้วส่งให้สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุขเพื่อรวบรวมเสนอสำนักอาลักษณ์และเครื่องราชอิสริยาภรณ์ สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี ต่อไป
7. ตรวจสอบข้าราชการที่มีการเลื่อนระดับสูงขึ้น ตั้งแต่ระดับเชี่ยวชาญขึ้นไปโดยเฉพาะผู้ที่จะเกษียณอายุราชการในปีนั้น เพื่อจะได้ดำเนินการเสนอขอพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์เพิ่มเติมให้ต่อไป
8. หากมีข้าราชการได้รับการเสนอขอพระราชทานเพิ่มเติม ตามข้อ 7 จะจัดทำบัญชีราชชื่อ พร้อมแนบเอกสารประกอบ (ตามแบบที่กำหนด : บัญชีราชชื่อ / บัญชีแสดงคุณสมบัติ / บัญชีชั้นตรา) แล้วส่งสำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข เพื่อรวบรวมเสนอสำนักอาลักษณ์และเครื่องราชอิสริยาภรณ์ สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี (สำหรับชั้นสายสะพาย เท่านั้น : ระดับเชี่ยวชาญขึ้นไป)

กฎหมายและระเบียบเกี่ยวกับเครื่องราชอิสริยาภรณ์
พระราชบัญญัติเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันเป็นที่เชิดชูยิ่งช้างเผือก พ.ศ. 2484
พระราชบัญญัติเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันมีเกียรติยศยิ่งมงกุฎไทย พ.ศ. 2484
ระเบียบว่าด้วยการขอพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ อันเป็นที่เชิดชูยิ่งช้างเผือกและเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันมีเกียรติยศยิ่งมงกุฎไทย พ.ศ. 2536
ระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการขอพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ อันเป็นที่เชิดชูยิ่งช้างเผือก และเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันมีเกียรติยิ่งมงกุฎไทย(ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2552
ประกาศคณะปฏิรูปการปกครองในระบบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ฉบับที่ 33
พระราชบัญญัติเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันเป็นที่สรรเสริญยิ่งดิเรกคุณาภรณ์ พ.ศ. 2534
พระราชกฤษฎีกาว่าด้วยการขอพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันเป็นที่สรรเสริญยิ่งดิเรกคุณาภรณ์ พ.ศ. 2538
พระราชกฤษฎีกาว่าด้วยการพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันเป็นที่สรรเสริญยิ่งดิเรกคุณาภรณ์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2549
พระราชบัญญัติเหรียญจักรมาลาและเหรียญจักรพรรดิมาลา พ.ศ. 2484
พระราชบัญญัติเหรียญจักรมาลาและเหรียญจักรพรรดิมาลา (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2484
พระราชบัญญัติเหรียญจักรมาลาและเหรียญจักรพรรดิมาลา (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2507
ระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการประดับเครื่องราชอิสริยาภรณ์ พ.ศ. 2541
ระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการพระราชทานพระบรมราชานุญาตเรียกคืนเครื่องราชอิสริยาภรณ์ พ.ศ. 2548
ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่องลำดับเกียรติเครื่องราชอิสริยาภรณ์ไทย

แบบฟอร์ม
ข้าราชการ
แบบ ขร 3
แบบ ขร 4
ตัวอย่างประวัติข้าราชการ
ประวัติข้าราชการรายหน่วยงานที่มีสิทธิขอเหรียญจักรพรรดิประจำปี 2557

ลูกจ้างประจำ
ตัวอย่างบัญชีแสดงคุณสมบัติของลูกจ้างประจำ

พนักงานราชการ
ตัวอย่างบัญชีแสดงคุณสมบัติของพนักงานราชการ

 
 

จัดทำบัตรประจำตัวเจ้าหน้าที่ของรัฐ

ขั้นตอนการดำเนินการ
1. ผู้ขอมีบัตรกรอกรายละเอียดในแบบคำขอมีบัตรประจำตัวหรือมีบัตรประจำตัวใหม่ ตามพระราชบัญญัติบัตรประจำตัวเจ้าหน้าที่ของรัฐ พ.ศ. 2542 ให้ครบถ้วนและถูกต้อง
2. นำแบบคำขอฯ ยื่นต่อเจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบหรือหน่วยงานที่รับผิดชอบเพื่อตรวจสอบความถูกต้องและเสนอผู้บังคับบัญชาตามลำดับชั้น
3. เจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบตรวจสอบหลักฐาน เอกสารเกี่ยวกับการขอมีบัตรประจำตัวเจ้าหน้าที่ของรัฐ
4. เสนอผู้มีอำนาจลงนามในบัตรประจำตัวเจ้าหน้าที่ของรัฐ
5. เจ้าหน้าที่ออกเลขที่บัตร วันออกบัตร วันบัตรหมดอายุ ประทับตราส่วนราชการ
6. ส่งบัตรประจำตัวฯ คืนหน่วยงานที่จัดทำคำขอ หรือผู้ขอมีบัตร

การแต่งกายของผู้ขอมีบัตรประจำตัวเจ้าหน้าที่ของรัฐ
  ข้าราชการ
รูปถ่ายให้ใช้เครื่องแบบปฏิบัติราชการ เครื่องแบบพิธีการ เครื่องแบบเจ้าหน้าที่ของรัฐซึ่งต้นสังกัดชุดสากล หรือชุดไทยพระราชทาน (ชุดสากล หมายถึงการแต่งกายผูกเนคไทสวมสูททับ) สำหรับเครื่องแบบชุดพยาบาล เครื่องแบบชุดสีฟ้า ไม่ใช่เครื่องแบบตามความหมายที่กล่าวถึงข้างต้น จึงนำมาติดบัตรประจำตัวเจ้าหน้าที่ของรัฐไม่ได้

  ลูกจ้างประจำ
แต่งกายตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยเครื่องแบบลูกจ้างประจำ พ.ศ. 2527

  พนักงานราชการ
แต่งกายตามประกาศคณะกรรมการบริหารพนักงานราชการ เรื่องเครื่องแบบพิธีการของพนักงานราชการ พ.ศ. 2552

หลักฐานประกอบคำขอ
  กรณีที่ 1 ขอมีบัตรใหม่ (เป็นการขอครั้งแรก)
1. คำขอมีบัตรประจำตัวเจ้าหน้าที่ของรัฐฯ ตามพระราชบัญญัติบัตรประจำตัวเจ้าหน้าที่ของรัฐ พ.ศ. 2542
2. สำเนาทะเบียนบ้าน หรือ สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน จำนวน 1 ชุด
3. รูปถ่ายขนาด 1 นิ้ว 2 ใบ (ถ่ายไว้ไม่เกิน 6 เดือน ก่อนวันยื่นคำขอ)
4. คำสั่งบรรจุและแต่งตั้งครั้งแรก

  กรณีที่ 2 ขอเปลี่ยนบัตร (บัตรชำรุด เปลี่ยนชื่อ เลื่อนตำแหน่ง ฯลฯ)
1. คำขอมีบัตรประจำตัวเจ้าหน้าที่ของรัฐฯ ตามพระราชบัญญัติบัตรประจำตัวเจ้าหน้าที่ของรัฐ พ.ศ. 2542
2. สำเนาทะเบียนบ้าน หรือ สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน จำนวน 1 ชุด
3. รูปถ่ายขนาด 1 นิ้ว 2 ใบ (ถ่ายไว้ไม่เกิน 6 เดือน ก่อนวันยื่นคำขอ)
4. บัตรเก่า
5. เอกสารอื่นๆ เช่น คำสั่งแต่งตั้งที่ดำรงตำแหน่งปัจจุบันในวันที่ยื่นคำขอมีบัตร หรือ เอกสารสำคัญแสดงการเปลี่ยนชื่อตัว - ชื่อสกุล หรือ เอกสารสำคัญการสมรส หรือ เอกสารสำคัญการหย่า

  กรณีที่ 3 บัตรหาย
1. คำขอมีบัตรประจำตัวเจ้าหน้าที่ของรัฐฯ ตามพระราชบัญญัติบัตรประจำตัวเจ้าหน้าที่ของรัฐ พ.ศ. 2542
2. สำเนาทะเบียนบ้าน หรือ สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน จำนวน 1 ชุด
3. รูปถ่ายขนาด 1 นิ้ว 2 ใบ (ถ่ายไว้ไม่เกิน 6 เดือน ก่อนวันยื่นคำขอ)
4. ใบแจ้งความ

  กรณีที่ 4 ข้าราชการผู้รับบำนาญ ขอมีบัตร
1. คำขอมีบัตรประจำตัวเจ้าหน้าที่ของรัฐฯ ตามพระราชบัญญัติบัตรประจำตัวเจ้าหน้าที่ของรัฐ พ.ศ. 2542
2. สำเนาทะเบียนบ้าน หรือ สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน จำนวน 1 ชุด
3. รูปถ่ายขนาด 1 นิ้ว 2 ใบ (ถ่ายไว้ไม่เกิน 6 เดือน ก่อนวันยื่นคำขอ)

กฎ ระเบียบที่เกี่ยวข้อง
กฎกระทรวง (พ.ศ.2542) ออกตามความในพระราชบัญญัติบัตรประจำตัวเจ้าหน้าที่ของรัฐ พ.ศ. 2542
กฎสำนักนายกรัฐมนตรี ฉบับที่ 94 (พ.ศ. 2553) ออกตามความในพระราชบัญญัติเครื่องแบบข้าราชการฝ่ายพลเรือน พุทธศักราช 2478
ระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยเครื่องแบบลูกจ้างประจำ พ.ศ. 2527
ประกาศคณะกรรมการบริหารพนักงานราชการ เรื่องเครื่องแบบพิธีการของพนักงานราชการ พ.ศ. 2552
หนังสือสำนักนายกรัฐมนตรี ที่ นร 0106/ว 2069 ลงวันที่ 16 ธันวาคม 2554 เรื่องซักซ้อมความเข้าใจในการออกบัตรประจำตัวสำหรับเจ้าหน้าที่ของรัฐตามพระราชบัญญัติบัตรประจำตัวเจ้าหน้าที่ของรัฐ พ.ศ. 2542 แก่ลูกจ้างประจำของส่วนราชการผู้รับบำเหน็จรายเดือน และลูกจ้างประจำของส่วนราชการผู้รับบำเหน็จพิเศษรายเดือน

แบบฟอร์ม
คำขอมีบัตรประจำตัวหรือมีบัตรประจำตัวใหม่ ตามพระราชบัญญัติบัตรประจำตัวเจ้าหน้าที่ของรัฐ พ.ศ. 2542
ตัวอย่างบัตรประจำตัวเจ้าหน้าที่ของรัฐ (ข้าราชการพลเรือนสามัญ)

 
 

การรับโอนข้าราชการ

การรับโอนข้าราชการ แบ่งออกเป็น 2 ประเภท ดังนี้
1. การรับโอนข้าราชการพลเรือนสามัญ
2. การรับโอนข้าราชการประเภทอื่น หรือตามกฎหมายอื่น

1 การรับโอนข้าราชการพลเรือนสามัญ
1. ยื่นคำร้องขอโอนพร้อมแนบเอกสารที่เกี่ยวข้องผ่านหน่วยงานระดับกอง หรือเทียบเท่า
2. ตรวจสอบตำแหน่งที่จะรับโอน และคุณสมบัติเฉพาะตำแหน่งว่าเป็นไปตามตำแหน่งที่จะรับโอนที่หน่วยงานแจ้งเข้ามา ดังนี้
    2.1 เป็นตำแหน่งว่างที่สามารถรับโอนได้หรือไม่
    2.2 ดูระดับ และคุณสมบัติของบุคคลว่าสามารถรับโอนได้หรือไม่
    2.3 กรณีโอนสับเปลี่ยน ดูว่าตำแหน่งที่ดำรงอยู่เมื่อพ้นไปแล้ว ก.พ. กำหนดตำแหน่งไว้อย่างไร สามารถที่จะรับโอนสับเปลี่ยนได้หรือไม่ หากไม่สามารถโอนมาดำรงตำแหน่งดังกล่าวได้ ให้ส่งเรื่องคืนต้นสังกัด(หากโอนมาดำรงตำแหน่งได้ ดำเนินการตามข้อ 3)
3. ดำเนินการ
    3.1 จัดทำหนังสือขออนุมัติกรมการแพทย์ และลงนามในหนังสือถึงหัวหน้าส่วนราชการที่ข้าราชการผู้ขอให้โอนสังกัดอยู่ เพื่อขอทาบทามการโอนว่าจะขัดข้องหรือยินยอมให้โอนมารับราชการที่กรมการแพทย์ได้หรือไม่ ตั้งแต่เมื่อได
    3.2 เมื่อได้รับหนังสือจากหัวหน้าส่วนราชการที่ข้าราชการผู้ขอโอนสังกัดอยู่แล้ว หากยินยอมให้โอนได้ให้เสนอกรมการแพทย์ลงนามในคำสั่ง(วันที่คำสั่งมีผลบังคับใช้จะต้องไม่ก่อนวันที่ออกคำสั่งและดำเนินการตามข้อ 3.3 ต่อไป) แต่ในกรณีที่หัวหน้าส่วนราชการที่ข้าราชการผู้ขอโอนสังกัดอยู่ไม่ยินยอมให้โอน ต้องแจ้งให้หน่วยงานระดับกองหรือเทียบเท่าที่ประส่งค์จะรับโอนทราบต่อไป
    3.3 แจ้งเวียนคำสั่ง และหนังสือให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทราบ เพื่อดำเนินการต่อไป

กฎหมาย ระเบียบ หลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้อง
มาตรา 57 มาตรา 63 และมาตรา 132 แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. 2551
หนังสือสำนักงาน ก.พ. ที่ นร 1006/ว 10 ลงวันที่ 15 กันยายน 2548
หนังสือสำนักงาน ก.พ. ที่ นร 1006/ว 12 ลงวันที่ 11 ธันวาคม 2551
หนังสือสำนักงาน ก.พ. ที่ นร 1011/ว 13 ลงวันที่ 11 ธันวาคม 2551
หนังสือสำนักงาน ก.พ. ที่ นร 1006/ว 4 ลงวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2552
หนังสือสำนักงาน ก.พ. ที่ นร 1006/ว 7 ลงวันที่ 6 มีนาคม 2552

แบบฟอร์ม
แบบคำสั่งรับโอนข้้าราชการพลเรือนสามัญ (คส. 3.1)
บัญชีรายละเอียดการรับโอนข้าราชการพลเรือนสามัญแนบท้ายคำสั่ง
ใบขอโอน

2 การรับโอนข้าราชการประเภทอื่น หรือตามกฎหมายอื่น
1. ยื่นคำร้องขอโอนพร้อมแนบเอกสารที่เกี่ยวข้องผ่านหน่วยงานระดับกอง หรือเทียบเท่า
2. ตรวจสอบตำแหน่งที่จะรับโอน และคุณสมบัติเฉพาะตำแหน่งว่าเป็นไปตามตำแหน่งที่จะรับโอนที่หน่วยงานแจ้งเข้ามา ดังนี้
    2.1 เป็นตำแหน่งว่างที่สามารถรับโอนได้หรือไม่
    2.2 ดูระดับ และคุณสมบัติของบุคคลว่าสามารถรับโอนได้หรือไม่ หากไม่สามารถโอนมาดำรงตำแหน่งดังกล่าวได้ ให้ส่งเรื่องคืนต้นสังกัด(หากโอนมาดำรงตำแหน่งได้ ดำเนินการตามข้อ 3)
3. ดำเนินการ
    3.1 จัดทำหนังสือขออนุมัติกรมการแพทย์ และลงนามในหนังสือถึงหัวหน้าส่วนราชการที่ข้้าราชการผู้ขอโอนสังกัดอยู่ เพื่อขอทาบทามการโอนว่าจะขัดข้องหรือยินยอมให้โอนมารับราชการที่กรมการแพทย์ได้หรือไม่ ตั้งแต่เมื่อใด และในกรณีที่การเทียบระยะในการดำรงตำแหน่งของข้าราชการประเภทอื่น หรือตามกฎหมายอื่นมาเป็นระยะเวลาในการดำรงตำแหน่งข้าราชการพลเรือนสามัญไม่ชัดเจนให้ทำหนังสือขอเทียบระยะเวลาไปที่ ก.พ. เพื่อดำเนินการดังกล่าว
    3.2 เมื่อได้รับหนังสือจากหัวหน้าส่วนราชการที่ข้าราชการผู้ขอโอนสังกัดอยู่แล้ว หากยินยอมให้โอนได้ (และเมื่อได้รับหนังสือเทียบระยะเวลาจาก ก.พ. เป็นการเฉพาะราย)ให้เสนอกรมการแพทย์ลงนามในคำสั่ง(วันที่คำสั่งมีผลบังคับใช้จะต้องไม่ก่อนวันที่ออกคำสั่งและดำเนินการตามข้อ 3.3 ต่อไป) แต่ในกรณีที่หัวหน้าส่วนราชการที่ข้าราชการผู้ขอโอนสังกัดอยู่ไม่ยินยอมให้โอน ต้องแจ้งให้หน่วยงานระดังกองหรือเทียบเท่าที่ประสงค์จะรับโอนทราบต่อไป
    3.3 แจ้งเวียนคำสั่ง และหนังสือให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทราบ เพื่อดำเนินการต่อไป

กฎหมาย ระเบียบ หลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้อง
มาตรา 57 มาตรา 64 และมาตรา 132 แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. 2551
หนังสือสำนักงาน ก.พ. ที่ นร 1006/ว 10 ลงวันที่ 15 กันยายน 2548
หนังสือสำนักงาน ก.พ. ที่ นร 1006/ว 12 ลงวันที่ 11 ธันวาคม 2551
หนังสือสำนักงาน ก.พ. ที่ นร 1011/ว 13 ลงวันที่ 11 ธันวาคม 2551
หนังสือสำนักงาน ก.พ. ที่ นร 1006/ว 36 ลงวันที่ 29 กันยายน 2553

แบบฟอร์ม
แบบคำสั่งรับโอนข้าราชการประเภทอื่น (คส. 1.4)
บัญชีรายละเอียดการรับโอนข้าราชการประเภทอื่น หรือตามกฎหมายอื่นแนบท้ายคำสั่ง

รับสมัครรับโอน


 
 

การย้ายข้าราชการ

การย้ายข้าราชการ แบ่งเป็น 2 ประเภท ดังนี้
1. การย้ายข้าราชการภายในหน่วยงานเดิม
2. การย้ายข้าราชการไปหน่วยงานอื่นต่างสังกัด (อยู่ในกรมฯ เดียวกัน)

1 ย้ายข้าราชการภายในหน่วยงานเดิม
วิธีการ
1. ส่งเอกสารเพื่อขอย้ายข้าราชการผ่านหน่วยงานต้นสังกัด
2. ตรวจสอบตำแหน่งที่จะรับย้าย และคุณสมบัติเฉพาะตำแหน่งของตำแหน่ง ที่หน่วยงานจะรับย้าย ดังนี้
   2.1 เป็นตำแหน่งว่างที่สามารถใช้รับย้ายได้หรือไม่
   2.2 ดูระดับ และคุณสมบัติของบุคคลว่าสามารถย้ายมาลงได้หรือไม่
   2.3 กรณี ย้ายสับเปลี่ยน ดูว่าตำแหน่งที่ครองอยู่เมื่อพ้นไป ก.พ. กำหนดตำแหน่งไว้อย่างไร สามารถที่จะใช้รับย้ายสับเปลี่ยนได้หรือไม่ หากไม่สามารถย้ายมาลงตำแหน่งดังกล่าวได้ ให้ส่งเรื่องคืนต้นสังกัด
3. ดำเนินการ
   3.1 จัดทำหนังสือขออนุมัติกรมการแพทย์ และลงนามคำสั่ง (วันที่คำสั่งมีผลบังคับใช้จะต้องไม่ก่อนวันที่ออกเลขที่คำสั่ง)
   3.2 แจ้งเวียนคำสั่ง และหนังสือให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทราบ เพื่อดำเนินการต่อไป

2 การย้ายไปหน่วยงานอื่นต่างสังกัด (อยู่ในกรมฯ เดียวกัน)
วิธีการ
1. ส่งเอกสารเพื่อขอย้ายข้าราชการผ่านหน่วยงานต้นสังกัด ส่งไปให้สำนักบริหารทรัพยากรบุคคล
2. ตรวจสอบตำแหน่งที่จะรับย้าย และคุณสมบัติเฉพาะตำแหน่งของตำแหน่ง ที่หน่วยงานจะรับย้าย (มีตำแหน่งว่างและคุณสมบัติตรง)
3. สำนักบริหารทรัพยากรบุคคล จัดทำหนังสือขอความยินยอมจากหน่วยงานต้นสังกัดของผู้ขอย้าย (แจ้งขัดข้อง ทำบันทึกแจ้งให้หน่วยงานทราบ หากแจ้งยินยอมจากหน่วยงานต้นสังกัด)
4. ดำเนินการ
   4.1 จัดทำหนังสือขออนุมัติกรมการแพทย์ และลงนามคำสั่ง
   4.2 แจ้งเวียนคำสั่ง และหนังสือให้หน่วยงานต้นสังกัดผู้ขอย้าย โดยแจ้งผู้ขอย้ายให้มอบหมายหน้าที่การงาน
5. จัดทำหนังสือส่งตัวให้ผู้ขอย้ายไปปฏิบัติราชการที่หน่วยงานใหม่
6. แจ้งเวียนคำสั่งให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทราบ และดำเนินการต่อไป

กฎหมาย ระเบียบ หลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้อง
มาตรา 57 63 132 แหน่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. 2551
หนังสือสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี ที่ สร 0203/ว 255 ลงวันที่ 27 พฤศจิกายน 2524
หนังสือสำนักงาน ก.พ. ที่ นร 0711/ว 12 ลงวันที่ 1 ตุลาคม 2533
หนังสือสำนักงาน ก.พ. ที่ นร 0708/ว 9 ลงวันที่ 12 พฤษภาคม 2535
หนังสือสำนักงาน ก.พ. ที่ นร 1006/ว 15 ลงวันที่ 28 มิถุนายน 2547
หนังสือสำนักงาน ก.พ. ที่ นร 1006/ว 10 ลงวันที่ 15 กันยายน 2548
หนังสือสำนักงาน ก.พ. ที่ นร 1006/ว 12 ลงวันที่ 11 ธันวาคม 2551
หนังสือสำนักงาน ก.พ. ที่ นร 1006/ว 13 ลงวันที่ 11 ธันวาคม 2551
หนังสือสำนักงาน ก.พ. ที่ นร 1006/ว 19 ลงวันที่ 11 ธันวาคม 2551
หนังสือสำนักงาน ก.พ. ที่ นร 1006/ว 7 ลงวันที่ 6 มีนาคม 2552

แบบฟอร์ม
แบบขอย้ายข้าราชการพลเรือนสามัญมาแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งในระดับที่ต่ำกว่าเดิม ตั้งแต่ระดับ 8 ลงมา
แบบคำสั่งย้ายข้าราชการ คส. 2.1
บัญชีรายละเอียดแนบท้ายคำสั่งย้ายข้าราชการ คส. 2.1

รับสมัครรับย้าย


 
 

การลาออกจากราชการ

วิธีการ
1. ตรวจสอบความถูกต้องของเอกสารและข้อมูลเพื่อประกอบการนำเสนอกรมฯ พิจารณาอนุญาตการลาออกจากราชการ
2. ตรวจสอบการยื่นหนังสือขอลาออกจากราชการว่าเป็นไปตามระเบียบที่ ก.พ. กำหนดหรือไม่
3. จัดทำหนังสือและคำสั่งเสนอกรมลงนาม อนุญาตให้ข้าราชการ / ลูกจ้างประจำ / พนักงานราชการ ลาออกจากราชการ
4. คัดสำเนาคำสั่งอนุญาตให้ข้าราชการ / ลูกจ้างประจำ / พนักงานราชการ ลาออกจาราชการและแจ้งเวียนสำเนาคำสั่งให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทราบ

ระเบียบ หลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้อง
พระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. 2551 มาตรา 57 และมาตรา 109
ระเบียบ ก.พ. ว่าด้วยการลาออกจากราชการของข้าราชการพลเรือนสามัญ พ.ศ. 2551

แบบฟอร์ม
แบบฟอร์มหนังสือขอลาออกจากราชการ ตามระเบียบ ก.พ. ว่าด้วยการลาออกจากราชการของข้าราชการพลเรือนสามัญ พ.ศ. 2551

 
 

การเลื่อนข้าราชการ

การเลื่อนข้าราชการให้ดำรงตำแนห่งระดับสูงขั้นประเภทวิชาการและประเภททั่วไป
วิธีการ
1. ต้องเป็นตำแหน่งที่ ก.พ. หรือ อ.ก.พ. กระทรวงได้กำหนดให้เป็นตำแหน่งระดับตำแนห่งที่จะเลื่อนและแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่ง
2. ตรวจสอบตำแหน่ง / ข้อมูลบุคคลของผู้ที่เลื่อนระดับที่สูงขึ้น
3. ผู้ได้รับการเลื่อนระดับต้องเป็นผู้ที่มีคุณสมบัติเฉพาะสำหรับตำแหน่งที่จะเลื่อนตามมาตรฐานกำหนดตำแหน่ง ซึ่งจะประกอบด้วยวุฒิ ระยะเวลาการดำรงตำแหน่ง ประสบการณ์ในงานที่เกี่ยวข้อง
4. วันที่เลื่อนต้องไม่ก่อนวันที่ ก.พ. ที่ อ.ก.พ. กระทรวงกำหนดตำแหน่ง
5. การเลื่อนย้อนหลังวันลงนามในคำสั่งต้องเป็นไปตามหนังสือสำนักงาน ก.พ. ว 9/2523 และ หนังสือสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี ว 255/2542 ว 38/2526
6. การเลื่อนตำแหน่งในวันที่ 1 เมษายน และวันที่ 1 ตุลาคม ต้องเลื่อนเงินเดือนก่อนแล้วจึงจะเลื่อนตำแหน่ง (ใช้เงินเดือนที่เลื่อนวันที่ 1 เมษายน หรือวันที่ 1 ตุลาคม) ตาม ว 13/2544
7. จัดทำสำเนาหนังสือสำนักงาน ก.พ. (มติ ก.พ.) / สำเนา ก.พ.7 / หนังสือเห็นชอบให้ส่งประเมินฯ หนังสือนำเสนอ (พร้อมคำสั่งกระทรวงสาธารณสุข กรณีเลื่อนระดับเชี่ยวชาญ) (จัดทำข้อมูล / ประวัติ / รูปถ่ายประดับเครื่องราชอิสริยาภรณ์ฯ ชั้นสูงสุดที่ได้รับ เพื่อขอโปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง กรณีเลื่อนระดับทรงคุณวุฒิ) เสนอกระทรวงสาธารณสุขดำเนินการ (ว16/2538) และหนังสือเห็นชอบให้ส่งประเมินฯ
   จัดทำแบบรายงานกรมรับทราบมติคณะกรรมการพิจารณาผลงานฯ / จัดทำคำสั่งเลื่อนข้าราชการ กรณีเลื่อนประเภทวิชาการ ระดับชำนาญการ / ชำนาญการพิเศษ (ว10/2548) และประเภททั่วไป(ว34/25547)
8. คัดสำเนาคำสั่ง หรือหนังสือโปรดเกล้า แจ้งเวียนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง / บันทึกประวัติผู้ได้รับการเลื่อน

ระเบียบ หลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้อง
พระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ.2551 มาตรา 57 และมาตรา 63
หนังสือสำนักงาน ก.พ. ที่ นร 0708.4/ว 16 ลงวันที่ 29 กันยายน 2538 (กรณีระดับเชี่ยวชาญ/ทรงคุณวุฒิ)
หนังสือสำนักงาน ก.พ. ที่ นร 1006/ว 10 ลงวันที่ 15 กันยายน 2548 (กรณีระดับชำนาญการ/ชำนาญการพิเศษ)
หนังสือสำนักงาน ก.พ. ที่ นร 0708.1/ว 22 ลงวันที่ 30 กันยายน 2540
หนังสือสำนักงาน ก.พ. ที่ นร 1006/ว 12 ลงวันที่ 11 ธันวาคม 2551
หนังสือสำนักงาน ก.พ. ที่ นร 1011/ว 13 ลงวันที่ 11 ธันวาคม 2551
หนังสือสำนักงาน ก.พ. ที่ นร 1006/ว 19 ลงวันที่ 11 ธันวาคม 2551
กฎ ก.พ. ว่าด้วยการให้ข้าราชการพลเรือนสามัญได้รับเงินประจำตำแหน่ง พ.ศ. 2551
ระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการเบิกจ่ายเงินเดือนของข้าราชการและลูกจ้างประจำของส่วนราชการ พ.ศ. 2547
ระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการเบิกจ่ายเงินค่าตอบแทนนอกเหนือจากเงินเดือนของข้าราชการและลูกจ้างประจำของส่วนราชการ(ฉบับที่ 4) พ.ศ.2553
หนังสือสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี ที่ สร 0203/ว 255 ลงวันที่ 27 พฤศจิกายน 2524
หนังสือสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี ที่ สร 0711/ว 9 ลงวันที่ 22 สิงหาคม 2523 (กรณีเลื่อนย้อนหลัง)

การเลื่อนข้าราชการให้ดำรงตำแหน่งระดับชำนาญการ สายงานแพทย์ ทันตแพทย์ และสัตวแพทย์
วิธีการ
1. ต้องเป็นตำแหน่งที่ ก.พ. หรือ อ.ก.พ. กระทรวงได้กำหนดให้เป็นตำแหน่งระดับตำแหน่งที่จะเลื่อนและแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่ง โดยใช้หลักเกณฑ์และวิธีการตามหนังสือสำนัก ก.พ. นร 0708.4/ว 6 ลงวันที่ 13 พฤษภาคม 2536
2. ตรวจสอบแบบประเมินบุคคลและการปฏิบัติงานเพื่อพิจารณาเลื่อนข้าราชการพลเรือนสามัญขึ้นแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งในระดับสูงขึ้น
3. ผู้ได้รับการเลื่อนระดับต้องเป็นผู้ที่มีคุณสมบัติเฉพาะสำหรับตำแหน่งที่จะเลื่อนตามมาตรฐานกำหนดตำแหน่ง ซึ่งจะประกอบด้วย วุฒิ ระยะเวลาการดำรงตำแหน่ง ประสบการณ์ในงานที่เกี่ยวข้อง
4. ต้องได้รับเงินเดือนไม่ต่ำกว่าขั้นต่ำชั่วคราวของระดับชำนาญการ
5. วันที่เลื่อนต้องไม่ก่อนวันที่มีคุณสมบัติครบถ้วน และหรือไม่ก่อนวันที่ ก.พ. หรือ อ.ก.พ. กระทรวงกำหนดตำแหน่ง
6. การเลื่อนย้อนหลังวันลงนามในคำสั่งต้องเป็นไปตามหนังสือสำนักงาน ก.พ. ว9/2523 และหนังสือสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี ว 255/2542 ว 38/2526
7. การเลื่อนตำแหน่งในวันที่ 1 เมษายน และวันที่ 1 ตุลาคม ต้องเลื่อนเงินเดือนก่อนแล้วจึงจะเลื่อนตำแหน่ง
8. จัดทำหนังสือและคำสั่งเสนอกรมพิจารณาอนุมัติ และลงนาม
9. คัดสำเนาคำสั่ง/แจ้งเวียนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
10. บันทึกประวัติผู้ได้รับการเลื่อน

ระเบียบ หลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้อง
พระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ.2551 มาตรา 57 และมาตรา 63
หนังสือสำนักงาน ก.พ. ที่ นร 0708.4/ว 5 ลงวันที่ 15 พฤษภาคม 2536
หนังสือสำนักงาน ก.พ. ที่ นร 0708.1/ว 22 ลงวันที่ 30 กันยายน 2540
หนังสือสำนักงาน ก.พ. ที่ นร 1006/ว 12 ลงวันที่ 11 ธันวาคม 2551
หนังสือสำนักงาน ก.พ. ที่ นร 1011/ว 13 ลงวันที่ 11 ธันวาคม 2551
หนังสือสำนักงาน ก.พ. ที่ นร 1006/ว 19 ลงวันที่ 11 ธันวาคม 2551
หนังสือสำนักงาน ก.พ. ที่ นร 1006/ว 7 ลงวันที่ 6 มีนาคม 2552
หนังสือสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี ที่ สร 0203/ว 255 ลงวันที่ 27 พฤศจิกายน 2524
หนังสือสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี ที่ สร 0203/ว 38 ลงวันที่ 23 มีนาคม 2526
หนังสือสำนักงาน ก.พ. ที่ สร 0711/ว 9 ลงวันที่ 22 สิงหาคม 2523 (กรณีเลื่อนย้อนหลัง)

แบบฟอร์ม
แบบประเมินบุคคล และการปฏิบัติงานเพื่อพิจารณาเลื่อนข้าราชการพลเรือนสามัญขึ้นแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งในระดับสูงขึ้น

 
 

ประกาศเกษียณตามปีงบประมาณ

วิธีการ
1. รวบรวมข้อมูลพร้อมตรวจสอบรายชื่อผู้ที่จะเกษียณประจำปีงบประมาณ
2. แจ้งรายชื่อผู้เกษียณอายุราชการประจำปีเสนอที่ประชุม อ.ก.พ.กรมการแพทย์
3. ส่งรายชื่อผู้เกษียณประจำปีให้หน่วยงานตรวจสอบความถูกต้องพร้อมทั้งแจ้งให้ผู้ที่มีรายชื่อทราบและตรวจสอบข้อมูลของตนเอง เช่น ชื่อ-สกุล วัน เดือน ปีเกิด เป็นต้น
4. กรณีมีการแก้ไข วัน เดือน ปีเกิด หรือเพิ่มรายชื่อผู้เกษียณ ให้ดำเนินการแจ้งพร้อมสงหลักฐานที่เกี่ยวข้องให้สำนักบริหารทรัพยากรบุคคลดำเนินการโดยเร็ว
5. จัดทำประกาศรายชื่อผู้เกษียณอายุ เสนอกรมฯ ลงนาม สำหรับข้าราชการในระดับชำนาญการพิเศษลงมา
6. จัดทำหนังสือเสนอกรมฯ แจ้งกระทรวงสาธารณสุข เพื่อจัดทำประกาศกระทรวงฯ หรือนำเรื่องเสนอเพื่อโปรดเกล้าฯ ให้พ้นจากราชการ สำหรับข้าราชการระดับเชี่ยวชาญขึ้นไป
7. คัดสำเนาประกาศเกษียณอายุราชการ และแจ้งเวียนประกาศให้หน่วยงานทราบ

ระเบียบ หลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้อง
พระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. 2551 มาตรา 57 มาตรา 107 และมาตรา 132
หนังสือสำนักงาน ก.พ. ที่ นร 1006/ว 9 ลงวันที่ 4 พฤษภาคม 2547 เรื่องการควบคุมเกษียณอายุของข้าราชการ
ระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยการแก้ไข วัน เดือน ปีเกิด ในทะเบียนประวัติข้าราชการ พ.ศ. 2548

แบบฟอร์ม
แบบคำขอแก้ไขวัน เดือน ปีเกิด ตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการแก้ไข วัน เดือน ปีเกิดฯ พ.ศ. 2548

 
 

การสรรหาบุคคลเข้ารับราชการโดยวิธีการสอบแข่งขัน

วิธีการ
1. หน่วยงานที่มีตำแหน่งว่างในสังกัดกรมการแพทย์แจ้งความประสงค์มายังกรมการแพทย์ ขอให้สรรหาและเลือกสรรบุคคลเพื่อบรรจุและแต่งตั้งเข้ารับราชการ
2. สำนักบริหารทรัพยากรบุคคลดำเนินการตรวจสอบตำแหน่งว่าง
3. สำนักบริหารทรัพยากรบุคคลดำเนินการขออนุมัติจากกรมการแพทย์เพื่อดำเนินการสอบแข่งขันเพื่อบรรจุและแต่งตั้งบุคคลเข้ารับราชการ พร้อมทั้งแต่งตั้งคณะกรรมการดำเนินการสอบแข่งขัน
4. ดำเนินการจัดประชุมคณะกรรมการดำเนินการสอบแข่งขัน โดยมีผู้แทน ก.พ. เข้าร่วมประชุม เพื่อวางแผน กำหนดหลักสูตร และวิธีการสอบ เรื่องที่จะกำหนดในประกาศรับสมัครสอบ วัน เวลา สถานที่สอบ ระเบียบการสอบ ก่อนที่จะประกาศรับสมัครสอบแข่งขัน
5. ในการรับสมัครสอบแข่งขัน ให้ผู้สมัครสอบเตรียมเอกสารเพื่อใช้ในการสมัครสอบดังนี้
   5.1 รูปถ่ายหน้าตรงไม่สวมหมวกและไม่สวมแว่นตาดำ ขนาด 1.5 x 2 นิ้ว ถ่ายครั้งเดียวกันไม่เกิน 1 ปี (นับถึงวันปิดรับสมัคร) จำนวน 3 รูป
   5.2 สำเนาประกาศนียบัตร สำเนาปริญญาบัตรที่แสดงว่าเป็นผู้มีวุฒิการศึกษาตรงกับตำแหน่งที่สมัครสอบ หรือสำเนาหนังสือรับรองฉบับสภามหาวิทยาลัยอนุมัติอย่างใดอย่างหนึ่ง และสำเนาระเบียนแสดงผลการศึกษา (Transcript of Records) กรณีสำเร็จการศึกษาปริญญาตรีต่อเนื่อง ให้แนบวุฒิ ปวท. ปวส. หรืออนุปริญญา มาด้วย ทั้งนี้ ผู้ที่จะถือว่าเป็นผู้สำเร็จการศึกษาตามหลักสูตรขั้นประกาศนียบัตร หรือปริญญาบัตรของสถานศึกษาใดนั้น จะถือตามกฎหมาย กฎ หรือระเบียบเกี่ยวกับการสำเร็จการศึกษาตามหลักสูตรของสถานศึกษานั้นๆ เป็นเกณฑ์ โดยจะต้องสำเร็จการศึกษาและได้รับอนุมัติจากผู้มีอำนาจอนุมัติ ภายในวันปิดรับสมัครสอบ จำนวนอย่างละ 2 ฉบับ
       ในกรณีที่ไม่สามารถนำหลักฐานการศึกษาดังกล่าวมายื่นพร้อมใบสมัครได้ให้นำหนังสือรับรองคุณวุฒิที่สถานศึกษาออกให้ โดยระบุสาขาวิชาที่สำเร็จการศึกษาและวันที่ที่ได้รับอนุมัติประกาศนียบัตร ปริญญาบัตร ซึ่งจะต้องอยู่ภายในวันปิดรับสมัคร มายื่นแทน
   5.3 สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน จำนวน 1 ฉบับ
   5.4 สำเนาหลักฐานอื่นๆ เช่น ใบสำคัญการสมรส (เฉพาะผู้สมัครสอบเพศหญิง) ใบเปลี่ยนชื่อ – นามสกุล (ในกรณีที่ชื่อ – นามสกุล ในหลักฐานการสมัครสอบไม่ตรงกัน) เป็นต้น จำนวน 1 ฉบับ
   5.5 สำเนาหนังสือรับรองการสอบผ่านภาคความรู้ความสามารถทั่วไป (ภาค ก.) ระดับปริญญาตรีของ ก.พ. หรือสำเนาหนังสือรับรองผลการสอบผ่านภาคความรู้ความสามารถทั่วไป (ภาค ก.) ระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง ที่ตรงกับตำแหน่งที่สมัครสอบ
       สำเนาเอกสารทุกฉบับให้ผู้สมัครสอบเขียนคำรับรองว่า “สำเนาถูกต้อง” ลงชื่อ วันที่ และระบุเลขประจำตัวสอบกำกับไว้มุมบนขวาทุกหน้าของสำเนาเอกสาร
6 .หลักฐานที่ต้องยื่นในวันสอบภาคความเหมาะสมกับตำแหน่ง (ภาค ค.)
   ใบรับรองแพทย์ ซึ่งออกไม่เกิน 1 เดือน และแสดงว่าไม่เป็นโรคต้องห้ามตามกฎ ก.พ. ว่าด้วยโรค พ.ศ. 2553
7. กรณีที่ผู้สมัครสอบที่สอบภาคความรู้ความสามารถเฉพาะตำแหน่ง (ภาค ข.) และภาคความเหมาะสมกับตำแหน่ง (ภาค ค.) ไปแล้ว และวุฒิการศึกษาของผู้สมัครสอบมีปัญหา กรมการแพทย์ได้จัดทำหนังสือถึงสำนักงาน ก.พ.เพื่อให้พิจารณาวุฒิการศึกษา แล้วเมื่อสำนักงาน ก.พ.พิจารณาคุณวุฒิของผู้สมัครสอบแข่งขันเรียบร้อยแล้ว จะแจ้งผลมายังกรมการแพทย์ เพื่อดำเนินการประกาศกขึ้นบัญชีและยกเลิกบัญชีผู้สอบแข่งขันได้ในการสอบแข่งขันเพื่อบรรจุและแต่งตั้งบุคคลเข้ารับราชการต่อไป

ระเบียบ หลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้อง
หนังสือสำนักงาน ก.พ.ที่ นร 1004.1/ว 15 ลงวันที่ 11 ธันวาคม 2551 เรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการสอบแข่งขัน
หนังสือกรมการแพทย์ที่ สธ 0319/ว699 ลงวันที่ 27 พฤศจิกายน 2555 เรื่องแนวทางการดำเนินการสรรหาบุคคลเพื่อบรรจุเข้ารับราชการในสังกัดกรมการแพทย์

แบบฟอร์ม
ตัวอย่างใบรับสมัครสอบแข่งขันเพื่อบรรจุบุคคลเข้ารับราชการ ในสังกัดกรมการแพทย์

รับสมัครงาน


 
 

การสรรหาบุคคลเข้ารับราชการโดยวิธีสอบคัดเลือก

วิธีการ
1. หน่วยงานที่มีตำแหน่งว่างในสังกัดกรมการแพทย์แจ้งความประสงค์มายังกรมการแพทย์ ขอให้สรรหาและเลือกสรรบุคคลเพื่อบรรจุและแต่งตั้งเข้ารับราชการ
2. สำนักบริหารทรัพยากรบุคคลดำเนินการตรวจสอบตำแหน่งว่าง
3. สำนักบริหารทรัพยากรบุคคลดำเนินการขออนุมัติจากกรมการแพทย์เพื่อดำเนินการคัดเลือกเพื่อบรรจุและแต่งตั้งบุคคลเข้ารับราชการ พร้อมทั้งแต่งตั้งคณะกรรมการดำเนินการคัดเลือก
4. ดำเนินการจัดประชุมคณะกรรมการดำเนินการคัดเลือก โดยมีผู้แทน ก.พ. เข้าร่วมประชุม เพื่อวางแผนการดำเนินการ วิธีการสอบ เรื่องที่จะกำหนดในประกาศรับสมัครสอบ วัน เวลา สถานที่สอบ ระเบียบการสอบ ก่อนที่จะประกาศรับสมัครสอบคัดเลือก
5. ในการรับสมัครเข้ารับการคัดเลือก ให้ผู้สมัครเตรียมเอกสารเพื่อใช้ในการสมัครสอบดังนี้
   5.1 รูปถ่ายหน้าตรงไม่สวมหมวกและไม่สวมแว่นตาดำ ขนาด 1.5 x 2 นิ้ว ถ่ายครั้งเดียวกันไม่เกิน 1 ปี (นับถึงวันปิดรับสมัคร) จำนวน 3 รูป
   5.2 สำเนาปริญญาบัตร หรือสำเนาประกาศนียบัตรที่แสดงว่าเป็นผู้มีวุฒิการศึกษาตรงกับตำแหน่งที่สมัครคัดเลือก หรือสำเนาหนังสือรับรองฉบับสภามหาวิทยาลัยอนุมัติอย่างใดอย่างหนึ่ง และสำเนาระเบียนแสดงผลการศึกษา (Transcript of Records) ทั้งนี้ ผู้ที่จะถือว่าเป็นผู้สำเร็จการศึกษาตามหลักสูตรขั้นปริญญาบัตรของสถานศึกษาใดนั้นจะถือตามกฎหมาย กฎ หรือระเบียบเกี่ยวกับการสำเร็จการศึกษาตามหลักสูตรของสถานศึกษานั้นๆ เป็นเกณฑ์ โดยจะต้องสำเร็จการศึกษาและได้รับอนุมัติจากผู้มีอำนาจอนุมัติ ภายในวันปิดรับสมัครสอบ จำนวนอย่างละ 2 ฉบับ
        ในกรณีที่ไม่สามารถนำหลักฐานการศึกษาดังกล่าวมายื่นพร้อมใบสมัครได้ให้นำหนังสือรับรองคุณวุฒิที่สถานศึกษาออกให้ โดยระบุสาขาวิชาที่สำเร็จการศึกษาและวันที่ที่ได้รับอนุมัติประกาศนียบัตร ปริญญาบัตร ซึ่งจะต้องอยู่ภายในวันปิดรับสมัคร มายื่นแทน
   5.3 สำเนาใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ หรือสำเนาใบอนุญาตเป็นผู้ประกอบโรคศิลปะสาขาต่าง ๆ ในตำแหน่งที่สมัครเข้ารับการคัดเลือก จำนวน 1 ฉบับ
   5.4 สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน จำนวน 1 ฉบับ
   5.5 สำเนาหลักฐานอื่นๆ เช่น ใบสำคัญการสมรส (เฉพาะผู้สมัครสอบเพศหญิง) ใบเปลี่ยนชื่อ – นามสกุล (ในกรณีที่ชื่อ – นามสกุล ในหลักฐานการสมัครสอบไม่ตรงกัน) เป็นต้น จำนวน 1 ฉบับ
   5.6 ใบรับรองแพทย์ ซึ่งออกไม่เกิน ๑ เดือน และแสดงว่าไม่เป็นโรคต้องห้ามตามกฎ ก.พ. ว่าด้วยโรค พ.ศ. 2553
6. ภายหลังการเข้ารับการประเมินความเหมาะสมกับตำแหน่งแล้ว กรณีที่ผู้สมัครสอบที่วุฒิการศึกษาของผู้สมัครสอบไม่ตรงกับคุณวุฒิที่กรมการแพทย์ประกาศรับสมัคร กรมการแพทย์ได้จัดทำหนังสือถึงสำนักงาน ก.พ.เพื่อให้พิจารณาวุฒิการศึกษา แล้วเมื่อสำนักงาน ก.พ.พิจารณาคุณวุฒิของผู้สมัครสอบคัดเลือกเรียบร้อยแล้ว จะแจ้งผลมายังกรมการแพทย์ เพื่อดำเนินการประกาศกขึ้นบัญชีและยกเลิกบัญชีผู้ได้รับการคัดเลือกเพื่อบรรจุและแต่งตั้งบุคคลเข้ารับราชการต่อไป

ระเบียบ หลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้อง
หนังสือสำนักงาน ก.พ. ที่ นร 1004.1/ว16 ลงวันที่ 11 ธันวาคม 2551 เรื่องการคัดเลือกเพื่อบรรจุบุคคลเข้ารับราชการ
หนังสือสำนักงาน ก.พ. ที่ นร 1004/ว27 ลงวันที่ 27 กันยายน 2554 เรื่อง วุฒิที่ ก.พ. กำหนดให้คัดเลือกเพื่อบรรจุบุคคลเข้ารับราชการในปีงบประมาณ พ.ศ. 2555 – พ.ศ. 2556
หนังสือกรมการแพทย์ที่ สธ 0319/ว699 ลงวันที่ 27 พฤศจิกายน 2555 เรื่องแนวทางการดำเนินการสรรหาบุคคลเพื่อบรรจุเข้ารับราชการในสังกัดกรมการแพทย์

แบบฟอร์ม
ตัวอย่างแบบใบสมัครคัดเลือกเพื่อบรรจุบุคคลเข้ารับราชการ

รับสมัครงาน


 
 

การสรรหาบุคคล คัดเลือกดำรงตำแหน่งสูงขึ้น(ชี้ตัว)

การดำเนินการสรรหาบุคคลให้ดำรงตำแหน่งสูงขึ้น โดยคณะกรรมการกลั่นกรองของกรมการแพทย์
วิธีการ
1. หน่วยงานแจ้งความจำนงขอใช้ตำแหน่ง โดยวิธีการย้าย หรือ วิธีการเลื่อน พร้อมให้เหตุผลประกอบการดำเนินการคัดเลือก
2. สำนักบริหารทรัพยากรบุคคลขออนุมัติใช้ตำแหน่งเพื่อดำเนินการคัดเลือกบุคคลโดยวิธีการเลื่อนให้ดำรงตำแหน่งสูงขึ้นหรือโดยวิธีการย้าย พร้อมเหตุผลประกอบการดำเนินการคัดเลือกให้อธิบดีกรมการแพทย์หรือผู้ได้รับมอบหมายพิจารณา
3. ดำเนินการตามขั้นตอนดังนี้
   กรณีย้าย หน่วยงานดำเนินการพิจารณาเสนอชื่อผู้เหมาะสม พร้อมประวัติการรับราชการ ความรู้ ความสามารถ ความประพฤติ ให้กรมการแพทย์ดำเนินการต่อไป
   กรณีเลื่อน
     1. สำนักบริหารทรัพยากรบุคคลดำเนินการประกาศรับสมัครผู้มีคุณสมบัติตรงตามมาตรฐานกำหนดตำแหน่งที่ ก.พ. กำหนด และตามหลักเกณฑ์ที่ อ.ก.พ. กรมการแพทย์ กำหนด
     2. สำนักบริหารทรัพยากรบุคคลแต่งตั้งคณะกรรมการกลั่นกรองผู้สมัครเข้ารับการคัดเลือก
     3. ประชุมคณะกรรมการกลั่นกรอง เพื่อกลั่นกรองผู้สมัครเข้ารับการคัดเลือกตามหลักเกณฑ์ที่ อ.ก.พ.กรมการแพทย์กำหนด โดยให้เรียงลำดับผู้ที่เหมาะสมตามลำดับคะแนนที่ได้ไม่เกิน 3 ชื่อ ต่อ 1 ตำแหน่ง เสนอคณะกรรมการคัดเลือกของกรมการแพทย์
     4. ประชุมคณะกรรมการคัดเลือกฯ เพื่อพิจารณาคัดเลือกบุคคลให้ดำรงตำแหน่งสูงขึ้นจากผลการพิจารณากลั่นกรองของคณะกรรมการกลั่นกรองของกรมการแพทย์
     5. สำนักบริหารทรัพยากรบุคคลแจ้งผลการพิจารณาคัดเลือกบุคคลให้หน่วยงานแจ้งผลให้ผู้ได้รับคัดเลือกทราบ

การดำเนินการสรรหาบุคคลให้ดำรงตำแหน่งสูงขึ้น โดยคณะกรรมการกลั่นกรองของหน่วยงาน
วิธีการ
1. หน่วยงานแจ้งความจำนงขอใช้ตำแหน่ง โดยวิธีการย้าย หรือ วิธีการเลื่อน พร้อมให้เหตุผลประกอบการดำเนินการคัดเลือก
2. สำนักบริหารทรัพยากรบุคคลขออนุมัติใช้ตำแหน่งเพื่อดำเนินการคัดเลือกบุคคลโดยวิธีการเลื่อนให้ดำรงตำแหน่งสูงขึ้นหรือโดยวิธีการย้าย พร้อมเหตุผลประกอบการดำเนินการคัดเลือกให้อธิบดีกรมการแพทย์หรือผู้ได้รับมอบหมายพิจารณา
3. ดำเนินการตามขั้นตอนดังนี้
   กรณีย้าย หน่วยงานดำเนินการพิจารณาเสนอชื่อผู้เหมาะสม พร้อมประวัติการรับราชการ ความรู้ ความสามารถ ความประพฤติ ให้กรมการแพทย์ดำเนินการต่อไป
   กรณีเลื่อน
     1. หน่วยงานประกาศรับสมัครผู้มีคุณสมบัติตรงตามมาตรฐานกำหนดตำแหน่งที่ ก.พ. กำหนด และตามหลักเกณฑ์ที่ อ.ก.พ. กรมการแพทย์ กำหนด
     2. ผู้อำนวยการแต่งตั้งคณะกรรมการกลั่นกรองผู้สมัครเข้ารับการคัดเลือก
     3. ประชุมคณะกรรมการกลั่นกรอง เพื่อกลั่นกรองผู้สมัครเข้ารับการคัดเลือกตามหลักเกณฑ์ที่ อ.ก.พ.กรมการแพทย์กำหนด โดยให้เรียงลำดับผู้ที่เหมาะสมตามลำดับคะแนนที่ได้ไม่เกิน 3 ชื่อ ต่อ 1 ตำแหน่ง เสนอคณะกรรมการคัดเลือกของกรมการแพทย์
     4. หน่วยงานเสนอชื่อผู้ที่เหมาะสมให้คณะกรรมการคัดเลือกฯ พิจารณาพร้อมเอกสารประกอบการพิจารณา ดังนี้
        - สำเนาคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการกลั่นกรองผู้สมัครเข้ารับการคัดเลือก
        - รายงานการประชุมคณะกรรมการกลั่นกรอง
        - ใบสมัครเข้ารับการคัดเลือก
        - แบบ คล. 1-3
        - แบบ ปก. 1-2
     5. ประชุมคณะกรรมการคัดเลือกฯ เพื่อพิจารณาคัดเลือกบุคคลให้ดำรงตำแหน่งสูงขึ้นจากผลการพิจารณากลั่นกรองของคณะกรรมการกลั่นกรองของหน่วยงาน
     6. สำนักบริหารทรัพยากรบุคคลแจ้งผลการพิจารณาคัดเลือกบุคคลให้หน่วยงานแจ้งผลให้ผู้ได้รับคัดเลือกทราบ

ระเบียบ หลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้อง
หนังสือสำนักงาน ก.พ. ที่ นร 1006/ว10 ลงวันที่ 15 กันยายน 2548
หนังสือสำนักงาน ก.พ. ที่ นร 0708.4/ว16 ลงวันที่ 29 กันยายน 2538
แนวทางและหลักเกณฑ์ การสรรหาบุคคลให้ดำรงตำแหน่งในระดับสูงขึ้น

แบบฟอร์ม
แบบใบสมัครเข้ารับการคัดเลือกเพื่อแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งประเภทวิชาการ ระดับชำนาญการพิเศษ/เชี่ยวชาญ/ทรงคุณวุฒิ
แบบใบสมัครเข้ารับการคัดเลือกเพื่อเลื่อนข้าราชการให้ดำรงตำแหน่งประเภททั่วไป ระดับอาวุโส
แบบ คล. 1-3 (ชำนาญการพิเศษ)
แบบ คล. 1-3 (เชี่ยวชาญ,ทรงคุณวุฒิ)
แบบ คล. 1-3 (อาวุโส)
แบบ ปก.1-2 (ชำนาญการพิเศษ)
แบบ ปก.1 (เชี่ยวชาญ,ทรงคุณวุฒิ)

รับสมัครคัดเลือก (ชี้ตัว)


 
 

พ้นทดลองปฏิบัติราชการ

ขั้นตอนการดำเนินการพ้นทดลองปฏิบัติหน้าที่ราชการ
1. แต่งตั้งคณะกรรมการประเมินผลการทดลองปฏิบัติหน้าที่ราชการ
2. หน่วยงานต้นสังกัดจัดการปฐมนิเทศข้าราชการใหม่
3. หน่วยงานต้นสังกัดจัดทำแบบมอบหมายงานการทดลองปฏิบัติหน้าที่ราชการ
4. หน่วยงานต้นสังกัดต้องให้ผู้ทดลองปฏิบัติหน้าที่ราชการมีการเรียนรู้ด้วยตนเอง โดยใช้ชุดการเรียนรู้ด้วยตนเอง "หลักสูตรฝึกอบรมข้าราชการใหม่" ของสำนักงาน ก.พ.
5. หน่วยงานต้นสังกัดต้องส่งข้าราชการผู้ทดลองปฏิบัติหน้าที่ราชการเข้าร่วม การอบรมสัมนาร่วมกัน โดยใช้หลักสูตร "หลักสูตร การเป็นข้าราชการที่ดี" ของสำนักงาน ก.พ.
6. หน่วยงานต้นสังกัดโดยผู้ดูแลการทดลองปฏิบัติราชการเขียนรายงานแบบบันทึกผลการทดลองปฏิบัติหน้าที่ราชการและให้ข้อมูลย้อนกลับแก่ผู้ทดลองปฏิบัติหน้าที่ราชการทุกๆ 2 เดือน
7. หน่วยงานต้นสังกัดจัดทำแบบประเมินผลการทดลองปฏิบัติหน้าที่ราชการสำหรับผู้บังคับบัญชา
8. หน่วยงานต้นสังกัดจัดประชุมคณะกรรมการประเมินผลการทดลองปฏิบัติหนัาที่ราชการ รอบ3เดือน รอบ6เดือน และกรณีขยายเวลา
9. หน่วยงานต้นสังกัดจัดทำแบบรายงานการประเมินผลการทดลองปฏิบัติหน้าที่ราชการและดำเนินการจัดส่งเอกสารมายังสำนักบริหารทรัพยากรบุคคล
10. สำนักบริหารทรัพยากรบุคคลเสนอคำสั่งให้กรมลงนามและแจ้งให้หน่วยงานต้นสังกัดทราบ

ระเบียบ หลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้อง
กฎ ก.พ.ว่าด้วยการทดลองปฏิบัติราชการและหารพัฒนาข้าราชการที่อยู่ระหว่างทดลองปฏิบัติหน้าที่ราชการ พ.ศ. 2553
หนังสือกรมการแพทย์ที่ สธ 0302/1973 ลงวันที่ 16 สิงหาคม 2553 เรื่องกฎ ก.พ.ว่าด้วยการทดลองปฏิบัติหน้าที่ราชการและการพัฒนาข้าราชการที่อยู่ระหว่างทดลองปฏิบัติหน้าที่ราชการ พ.ศ. 2553
หนังสือกรมการแพทย์ที่ สธ 0302/2653 ลงวันที่ 27 ตุลาคม 2553 เรื่องแก้ไขหลักเกณฑ์ แนวทางและคู่มือการปฏิบัติตามกฎ ก.พ. ว่าด้วยการทดลองปฏิบัติหน้าที่ราชการและการพัฒนาข้าราชการที่อยู่ระหว่างทอลองปฏิบัติหน้าที่ราชการ
หนังสือสำนักบริหารทรัพยากรบุคคลที่ สธ 0302/ว529 ลงวันที่ 24 กันยายน 2553 เรื่องการดำเนินการพัฒนาข้าราชการพลเรือนที่อยู่ระหว่างทดลองปฏิบัติหน้าที่ราชการ
หนังสือสำนักบริหารทรัพยากรบุคคลที่ สธ 0302/ว169 ลงวันที่ 8 เมษายน 2554 เรื่องซักซ้อมความเข้าใจตามแนวทางและคู่มือการปฏิบัติตามกฎ ก.พ. ว่าด้วยการทดลองปฏิบัติหน้าที่ราชการและการพัฒนาข้าราชการที่อยู่ระหว่างทดลองปฏิบัติหน้าที่ราชการ พ.ศ. 2553
หนังสือสำนักบริหารทรัพยากรบุคคลที่ สธ 0319/ว487 ลงวันที่ 10 สิงหาคม 2555 เรื่องซักซ้อมความเข้าใจเรื่องการแต่งตั้งคณะกรรมการการประเมินผลการทดลองปฏิบัติหน้าที่ราชการตามกฏ ก.พ. ว่าด้วยการทดลองปฏิบัติหน้าที่ราชการและการพัฒนาข้าราชการที่อยู่ระหว่างการทดลองปฏิบัติหน้าที่ราชการ พ.ศ.2553

แบบฟอร์ม
แบบมอบหมายงานการทดลองปฏิบัติหน้าที่ราชการ
แบบมอบหมายงานการทดลองปฏิบัติหน้าที่ราชการ(สำหรับผู้ดูแลการทดลองปฏิบัติหน้าที่ราชการ)
แบบบันทึกผลการทดลองปฏิบัติหน้าที่ราชการ(สำหรับผู้บังคับบัญชา)
แบบประเมินผลการทดลองปฏิบัติหน้าที่ราชการ(สำหรับคณะกรรมการประเมินผลการทดลองปฏิบัติหน้าที่ราชการ)
แบบประเมินผลการทดลองปฏิบัติหน้าที่ราชการ(สำหรับประธานกรรมการประเมินผลการทดลองปฏิบัติหน้าที่ราชการ)
แบบรายงานการประเมินผลการทดลองปฏิบัติหน้าที่ราชการกรณีขยายเวลาการทดลองปฏิบัติหน้าที่ราชการ
ตัวอย่างคำสั่ง แต่งตั้งคณะกรรมการประเมินผลการทดลองปฏิบัติหน้าที่ราชการ

 
 

ประเมินผลการปฏิบัติราชการและการเลื่อนเงินเดือน

วิธีการ / กระบวนการ / ขั้นตอน
1. หน่วยงานจัดทำคำรับรองของผู้อำนวยการเพื่อเซ็นข้อตกลงการปฏิบัติราชการกับอธิบดีกรมการแพทย์,รองอธิบดีกรมการแพทย์ที่กำกับดูแล
2. ดำเนินการถ่ายทอดตัวชี้วัด จัดทำคำรับรองการปฏิบัติราชการระดับกลุ่มภารกิจ / กลุ่มงาน / ฝ่าย จนถึงระดับรายบุคคล
3. จัดเก็บผลงานตามคำรับรองการปฏิบัติราชการรายบุคคล (เมื่อสิ้นรอบการประเมิน)
4. ผู้บังคับบัญชาประเมินผลการปฏิบัติราชการและสมรรถนะรวมถึงงานที่ได้รับมอบหมายพิเศษตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กรมการแพทย์กำหนด
5. ดำเนินการประชุมคณะกรรมการกลั่นกรองผลการปฏิบัติราชการของข้าราชการในหน่วยงานโดยคณะกรรมการกลั่นกรองระดับหน่วยงานมีหน้าที่เสนอความเห็นเกี่ยวกับผลการประเมินการปฏิบัติราชการของข้าราชการพลเรือนสามัญ ประเภทวิชาการ และประเภททั่วไปทุกระดับ ในหน่วยงานนั้นๆ และนำเสนอคณะกรรมการกลั่นกรองระดับกรมฯ พิจารณาต่อไป
6. หน่วยงานจัดทำคำขอเลื่อนเงินเดือนข้าราชการส่งมาที่กรมการแพทย์
7. สำนักบริหารทรัพยากรบุคคลดำเนินการจัดประชุมคณะกรรมการกลั่นกรองผลการปฏิบัติราชการของกรมการแพทย์ โดยคณะกรรมการกลั่นกรองผลการปฏิบัติราชการของกรมการแพทย์มีหน้าที่เสนอความเห็นเกี่ยวกับผลการประเมินการปฏิบัติราชการของข้าราชการพลเรือนสามัญ ประเภทอำนวยการ ประเภทวิชาการ และประเภททั่วไปทุกระดับ
8. สำนักบริหารทรัพยากรบุคคลจัดทำคำสั่งเลื่อนเงินเดือนเพื่อเสนอให้กรมการแพทย์พิจารณาอนุมัติ
9. หน่วยงานต้นสังกัดแจ้งผลการเลื่อนเงินเดือนให้ข้าราชการทราบเป็นการเฉพาะแต่ละบุคคลหลังจากได้รับคำสั่งเงินเดือนจากกรมการแพทย์

ระเบียบ หลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้อง
หนังสือสำนักงาน ก.พ. ที่ นร 1012/ว 20 ลงวันที่ 3 กันยายน 2552 เรื่องหลักเกณฑ์และวิธีการประเมินประสิทธิภาพและประสิทธิผลการปฏิบัติงานของข้าราชการพลเรือนสามัญ
หนังสือสำนักงาน ก.พ. ที่ นร 1008/ว 27 ลงวันที่ 29 กันยายน 2552 เรื่องมาตรฐานและแนวทางการกำหนดความรู้ความสามารถ ทักษะ และสมรรถนะที่จำเป็นสำหรับตำแหน่งข้าราชการพลเรือนสามัญ
หนังสือสำนักงาน ก.พ. ที่ นร 1008/ว 28 ลงวันที่ 22 ตุลาคม 2552 เรื่องการเลื่อนเงินเดือนข้าราชการตามพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ.2551
หนังสือกรมการแพทย์ที่ สธ 0302/2641 ลงวันที่ 14 ตุลาคม 2552 เรื่องหลักเกณฑ์และวิธีการประเมินผลการปฏิบัติราชการของข้าราชการพลเรือนสามัญ
หนังสือกรมการแพทย์ที่ สธ 0302/160 ลงวันที่ 19 มกราคม 2552 เรื่องการกำหนดสมรรถนะหลักและรายละเอียดพฤติกรรมบ่งชี้ของกรมการแพทย์
หนังสือกรมการแพทย์ที่ สธ 0319/810 ลงวันที่ 31 มีนาคม 2553 เรื่องการเลื่อนเงินเดือนและการให้ค่าตอบแทนพิเศษข้าราชการ
หนังสือกรมการแพทย์ที่ สธ 0319/3038 ลงวันที่ 15 ธันวาคม 2553 เรื่องหลักเกณฑ์และวิธีการประเมินผลการปฏิบัติราชการของข้าราชการพลเรือนสามัญของกรมการแพทย์
หนังสือกรมการแพทย์ที่ สธ 0319/963 ลงวันที่ 6 พฤษภาคม 2554 เรื่องแนวทางปฏิบัติสำหรับการเลื่อนเงินเดือนข้าราชการ
หนังสือกรมการแพทย์ที่ สธ 0319/1596 ลงวันที่ 25 กรกฎาคม 2554 เรื่องแนวทางปฏิบัติสำหรับการเลื่อนเงินเดือนข้าราชการ
หนังสือกรมการแพทย์ที่ สธ 0319/ว356 ลงวันที่ 22 กรกฎาคม 2554 เรื่องแนวทางปฏิบัติสำหรับการประเมินสมรรถนะ
หนังสือสำนักงาน ก.พ. ที่ นร 1008.1/ว 11ลงวันที่ 6 มิถุนายน 2554 เรื่องการเลื่อนเงินเดือนข้าราชการพลเรือนสามัญ
ระเบียบกระทรวงการคลัง ว่าด้วยการเบิกจ่ายเงินเพิ่มค่าครองชีพชั่วคราวของข้าราชการและลูกจ้างประจำของส่วนราชการ (ฉบับที่ 5) พ.ศ. 2555
หนังสือกรมการแพทย์ที่ สธ 0319/2915 ลงวันที่ 4 ธันวาคม 2555 เรื่องการเลื่อนเงินเดือนและการให้ค่าตอบแทนพิเศษข้าราชการ

แบบฟอร์ม
บันทึกคำรับรองตามเอกสารแนบ
ลข.1 - 6
ลข.1 - 6 (Excel)

 
     
     
 
  พรบ.ระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. 2551
  มาตรฐานการกำหนดตำแหน่ง
 
กรอบอัตรากำลัง
  จำแนกตามเพศ
  จำแนกตามประเภทตำแหน่งและสายงาน
 
แบบฟอร์มเก็บข้อมูลปริมาณงาน
  9 สายงาน
  กิจกรรม 6 ฝ่าย(กลุ่มภารกิจอำนวยการ)
  การปรับปรุงการกำหนดตำแหน่ง
 
การจัดสรรนักเรียนทุน กรมการแพทย์
  แพทย์ / ทันตแพทย์ / เภสัชกร
  พยาบาลวิชาชีพ
  เครื่องราชอิสริยาภรณ์
  จัดทำบัตร
  รับโอน
  การย้ายข้าราชการ
  ลาออกจากราชการ
  การเลื่อนข้าราชการ
  ประกาศเกษียณตามปีงบประมาณ
 
การสรรหาบุคคล
  สอบแข่งขันเพื่อบรรจุ
  สอบคัดเลือกเพื่อบรรจุ
  คัดเลือกดำรงตำแหน่งที่สูงขึ้น(ชี้ตัว)
  พ้นทดลองการปฏิบัติราชการ
  ประเมินผลการปฏิบัติราชการและการเลื่อนเงินเดือน
   
 
ปฏิทินการการทำงาน
  อำนวยการ
  อัตรากำลัง
  สรรหาฯ
  บรรจุ แต่งตั้งฯ
  บริหารผลการปฏิบัติราชการ
  พัฒนาฯ
  กฎหมาย วินัยฯ
  คุ้มครองจริยธรรม
 
ข้อมูลบุคคล
  ข้อมูลการสูญเสีย
  เกษียณ 5 ปีข้างหน้า
  ความเคลื่อนไหวรายเดือน
   
 
 
 
ตั้งแต่วันที่ 01/10/2555  416013        
 

  หน้าหลัก
  ข้าราชการ
  ลูกจ้างประจำ

  พนักงานราชการ
  ลูกจ้างชั่วคราว
  ข่าวประชาสัมพันธ์

  รับสมัครงาน
  รับสมัครคัดเลือก(ชี้ตัว)
  รับโอน รับย้าย ข้าราชการ

  เกี่ยวกับเรา
  ติดต่อเรา
  Login

 
สงวนลิขสิทธิ์ © 2555 สำนักบริหารทรัพยากรบุคคล กรมการแพทย์