กิจกรรมผู้บริหารกรม กิจกรรมผู้บริหาร

นายแพทย์อังกูร ภัทรากร รองผู้อำนวยการด้านการพัฒนาระบบสุขภาพ นางพรรนอ กลิ่นกุหลาบ รองผู้อำนวยการด้านการพยาบาล นางธมนวรรณ วิไลรัตน์ รองผู้อำนวยการด้านอำนวยการ และบุคลากร สบยช.พร้อมด้วยผู้แทนจากสถานีตำรวจประตูน้ำจุฬาลงกรณ์และเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้องร่วมการซ้อมเสมือนจริงเหตุทะเลาะวิวาทใน สบยช.  ณ บริเวณชั้น 1 ตึกอำนวยการ สถาบันบำบัดรักษาและฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแห่งชาติบรมราชชนนี เมื่อวันที่ 24 มกราคม 2563

นายแพทย์อังกูร ภัทรากร รองผู้อำนวยการด้านการพัฒนาระบบสุขภาพ นางพรรนอ กลิ่นกุหลาบ รองผู้อำนวยการด้านการพยาบาล นางธมนวรรณ วิไลรัตน์ รองผู้อำนวยการด้านอำนวยการ และบุคลากร สบยช.พร้อมด้วยผู้แทนจากสถานีตำรวจประตูน้ำจุฬาลงกรณ์และเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้องร่วมการซ้อมเสมือนจริงเหตุทะเลาะวิวาทใน สบยช. ณ บริเวณชั้น 1 ตึกอำนวยการ สถาบันบำบัดรักษาและฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแห่งชาติบรมราชชนนี เมื่อวันที่ 24 มกราคม 2563

วันที่ 27 ม.ค. 2563

อ่านต่อ

นายแพทย์อังกูร ภัทรากร รองผู้อำนวยการด้านการพัฒนาระบบสุขภาพ สถาบันบำบัดรักษาและฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแห่งชาติบรมราชชนนี เป็นประธานปิดการอบรมและมอบประกาศนียบัตรแก่ผู้เข้ารับการอบรม หลักสูตรการบำบัดฟื้นฟูผู้ป่วยเสพติดสุรา ณ ห้องประชุม 9 ชั้น 5 ตึกอำนวยการ สถาบันบำบัดรักษาและฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแห่งชาติบรมราชชนนี เมื่อวันที่ 24 มกราคม 2563

นายแพทย์อังกูร ภัทรากร รองผู้อำนวยการด้านการพัฒนาระบบสุขภาพ สถาบันบำบัดรักษาและฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแห่งชาติบรมราชชนนี เป็นประธานปิดการอบรมและมอบประกาศนียบัตรแก่ผู้เข้ารับการอบรม หลักสูตรการบำบัดฟื้นฟูผู้ป่วยเสพติดสุรา ณ ห้องประชุม 9 ชั้น 5 ตึกอำนวยการ สถาบันบำบัดรักษาและฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแห่งชาติบรมราชชนนี เมื่อวันที่ 24 มกราคม 2563

วันที่ 27 ม.ค. 2563

อ่านต่อ

ดร.ชลิยา วามะลุน รองผู้อำนวยการด้านการพยาบาล และบุคลากร ศึกษาดูงานนวดแผนไทย ณ กลุ่มงานแพทย์แผนไทยและจิตเวชทางเลือก โรงพยาบาลพระศรีมหาโพธิ์ กรมสุขภาพจิต โดยมีวัตถุประสงค์ เพื่อพัฒนาระบบการให้บริการนวดแผนไทย โรงพยาบาลมะเร็งอุบลราชธานี สามารถนำประสบการณ์จากการศึกษาดูงานมาปรับปรุงประยุกต์ใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุดกับผู้มารับบริการต่อไป ณ โรงพยาบาลพระศรีมหาโพธิ์ ในวันที่ 24 มกราคม 2563

ดร.ชลิยา วามะลุน รองผู้อำนวยการด้านการพยาบาล และบุคลากร ศึกษาดูงานนวดแผนไทย ณ กลุ่มงานแพทย์แผนไทยและจิตเวชทางเลือก โรงพยาบาลพระศรีมหาโพธิ์ กรมสุขภาพจิต โดยมีวัตถุประสงค์ เพื่อพัฒนาระบบการให้บริการนวดแผนไทย โรงพยาบาลมะเร็งอุบลราชธานี สามารถนำประสบการณ์จากการศึกษาดูงานมาปรับปรุงประยุกต์ใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุดกับผู้มารับบริการต่อไป ณ โรงพยาบาลพระศรีมหาโพธิ์ ในวันที่ 24 มกราคม 2563

วันที่ 27 ม.ค. 2563

อ่านต่อ

ข่าวเด่นประเด็นร้อน ข่าวเด่นประเด็นร้อน

สบยช. เตือนภัยใช้ยากล่อมประสาท ยานอนหลับนานอันตราย ทำให้ดื้อยาและติดยาได้

กรมการแพทย์โดยสถาบันบำบัดรักษาและฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแห่งชาติบรมราชชนนี (สบยช.) เตือนภัยผู้ใช้ยากล่อมประสาทและยานอนหลับเป็นระยะเวลานาน อาจทำให้ดื้อยาและติดยาได้ แนะปรับเปลี่ยนการดำเนินชีวิตประจำวันแก้ปัญหานอนไม่หลับ นายแพทย์มานัส โพธาภรณ์ รองอธิบดีกรมการแพทย์ กล่าวว่า ยากล่อมประสาทหรือยานอนหลับ เป็นกลุ่มยาที่ออกฤทธิ์ต่อระบบประสาทส่วนกลาง ออกฤทธิ์คลายความกังวล ระงับประสาท ทำให้หลับ คลายกล้ามเนื้อ ยับยั้งอาการชัก ผลข้างเคียงของการใช้ยาทำให้เซื่องซึม สับสน อ่อนเพลีย พูดไม่ชัด เดินโซเซ เคลื่อนไหวช้า ซึ่งฤทธิ์ของยากล่อมประสาทถ้าใช้ในปริมาณน้อยจะคลายเครียด ทำให้อารมณ์ดี แต่ถ้าใช้ในปริมาณสูงจะทำให้หลับหรือถ้าไม่หลับจะมีอาการคลายเมาสุรา พูดจาอ้อแอ้ หยิบจับของไม่ถนัด หากใช้เป็นระยะเวลานานจะเกิดอาการดื้อยาและติดยาได้ เมื่อหยุดใช้ยาจะมีอาการขาดยาอย่างรุนแรงจะทำให้ชัก หากใช้ร่วมกับแอลกอฮอล์ จะเสริมฤทธิ์ในการกดการหายใจทำให้เสียชีวิตได้ ทั้งนี้ พบว่ามีบางกลุ่มนำไปใช้ในทางที่ผิด เพื่อให้เกิดอาการมึนเมา ใช้แทนยาเสพติดบางชนิด หรือใช้ไม่ตรงตามข้อบ่งใช้ทางการแพทย์ ทำให้เกิดอันตราย การใช้ยาเหล่านี้จึงต้องใช้เมื่อจำเป็นและอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์เท่านั้น นายแพทย์สรายุทธ์ บุญชัยพานิชวัฒนา ผู้อำนวยการสถาบันบำบัดรักษาและฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแห่งชาติบรมราชชนนี กล่าวเพิ่มเติมว่า เมื่อมีอาการนอนไม่หลับการรับประทานยานอนหลับ เป็นการแก้ปัญหาที่ไม่ถูกต้อง แม้ยานอนหลับจะทำให้ง่วงและหลับแต่ขณะเดียวกันจะมีผลต่อการเปลี่ยนแปลงหน้าที่ของสมองส่วนอื่น ๆ เช่น มีสติลดลง เปลี่ยนแปลงอารมณ์ เคลื่อนไหวผิดปกติ ยิ่งไปกว่านั้นยังอาจทำให้เกิดการดื้อยาและติดยาได้ในที่สุด ควรปรับเปลี่ยนการดำเนินชีวิตประจำวันเพื่อแก้ปัญหานอนไม่หลับ ด้วยการออกกำลังกาย ทำสมาธิ ปรับเปลี่ยนวิธีการคิด มองโลกในแง่บวก เข้านอนให้เป็นเวลา หลีกเลี่ยงการนอนระยะสั้นๆ ในเวลากลางวัน ไม่ควรดื่มชากาแฟ หรือรับประทานอาหารก่อนนอน ทั้งนี้ หากประสบปัญหาเกี่ยวกับยาและ สารเสพติด สามารถขอรับคำปรึกษาได้ที่ สายด่วนยาเสพติด 1165 หรือที่สถาบันบำบัดรักษาและฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแห่งชาติบรมราชชนนี กรมการแพทย์ จังหวัดปทุมธานี และโรงพยาบาลธัญญารักษ์ในส่วนภูมิภาค ทั้ง 6 แห่ง ได้แก่ โรงพยาบาลธัญญารักษ์เชียงใหม่ แม่ฮ่องสอน ขอนแก่น อุดรธานี สงขลา และปัตตานี สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.pmindat.go.th ********************************************* #กรมการแพทย์ #สถาบันบำบัดรักษาและฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแห่งชาติบรมราชชนนี #ยากล่อมประสาท #ยานอนหลับ -ขอขอบคุณ- 27 มกราคม 2563

วันที่ 27 ม.ค. 2563

อ่านต่อ

แพทย์ชี้ฝุ่น PM 2.5 ภัยร้ายทำลายสุขภาพเด็ก

กรมการแพทย์ โดยสถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินี ห่วงสุขภาพประชาชนและเด็กเล็ก ที่อยู่ในเขตพื้นที่ที่ประสบปัญหาค่าฝุ่น PM2.5 เกินมาตรฐาน แนะประชาชน ผู้ปกครองเด็ก หลีกเลี่ยงการทำงานกลางแจ้งและการพาเด็กเล็กออกกลางแจ้ง โดยเฉพาะเด็กๆ ที่มีโรคประจำตัวเกี่ยวกับโรคระบบภูมิแพ้ โรคระบบทางเดินหายใจ หากจำเป็นต้องออกกลางแจ้งควรหาหน้ากากอนามัย N95 ใส่เพื่อป้องกันปัญหาสุขภาพที่จะเกิดขึ้น นายแพทย์สมศักดิ์ อรรฆศิลป์ อธิบดีกรมการแพทย์ เปิดเผยว่า ปัญหามลพิษทางอากาศค่าฝุ่น PM 2.5 เกินมาตรฐาน ส่งผลร้ายแรงต่อสุขภาพของประชาชนและเด็กเล็ก โดยเฉพาะผู้ที่มีโรคประจำตัวอยู่แล้ว เพราะขนาดของฝุ่นละอองมีขนาดเล็กกว่า 2.5 ไมครอน ถ้าได้รับฝุ่นละอองในปริมาณเกินมาตรฐานสะสมเป็นเวลานานจะส่งผลเสียต่อสุขภาพเป็นอย่างมาก เช่น การทำงานของปอดเสื่อมประสิทธิภาพลง ปอดอุดกั้นเรื้อรัง หลอดเลือดในสมองตีบตัน หัวใจขาดเลือด มะเร็งปอด มะเร็งผิวหนัง เป็นต้น เฉพาะเด็กเล็กที่มีอัตราการเจ็บป่วยเพิ่มมากขึ้น จากสถิติสำรวจของสถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินี ผลกระทบที่เกิดจากค่าฝุ่น PM 2.5 เกินมาตรฐาน โรคที่ประสบปัญหามากที่สุดคือ 1. โรคระบบทางเดินหายใจ เช่น ไอบ่อย หายใจลำบาก แน่นหน้าอก ในกรณีเป็นไข้หวัดจะหายป่วยช้าลง ในผู้ป่วยโรคแพ้อากาศและหอบหืดจะทำให้มีอาการกำเริบได้ 2. โรคทางผิวหนัง เช่น มีผื่นแดง คัน 3. เยื่อบุตาอักเสบ คันตา ตาแดง นายแพทย์อดิศัย ภัตตาตั้ง ผู้อำนวยการสถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินี กล่าวเพิ่มเติมว่า ประชาชน และผู้ปกครองที่มีเด็กเล็ก ผู้ที่มีโรคประจำตัว ควรหมั่นดูแลสุขภาพ งดกิจกรรมกลางแจ้ง เช่น การออกกำลังกายกลางแจ้ง การทำงานกลางแจ้ง ในเขตพื้นที่ที่มีค่าฝุ่น PM 2.5 เกินมาตรฐาน หากมีความจำเป็นควรหาหน้ากากอนามัย N95 หรือหากไม่มีสามารถใช้แบบธรรมดาได้โดยใส่ให้แน่นสนิทกับใบหน้า และไม่ควรให้หน้ากากอนามัยไปสัมผัสวัตถุอื่นๆ ติดตามข่าวเฝ้าระวัง ป้องกันมลพิษทางอากาศจาก กรมควบคุมมลพิษ www.pcd.go.th ในเขตพื้นที่ที่ตนเองอยู่อาศัย และไม่ตื่นตระหนกจนเกินไป หากพบว่าตนเองหรือคนใกล้ชิดมีปัญหาด้านสุขภาพ ควรรีบมาพบแพทย์เพื่อทำการรักษาที่ถูกต้อง ************************************************************************ - ขอขอบคุณ- 24 มกราคม 2563

วันที่ 24 ม.ค. 2563

อ่านต่อ

โรคแพ้ภูมิตนเองออกกำลังกายแต่พอดีเป็นผลดีต่อสุขภาพ

กรมการแพทย์ โดยโรงพยาบาลเลิดสิน เตือนโรคแพ้ภูมิตนเอง ควรออกกำลังกายแต่พอดีเป็นผลดีต่อสุขภาพมากกว่า แนะถ้ามีอาการไข้ต่ำๆ ไม่ทราบสาเหตุเป็นเวลานานปวดตามข้อ มีผื่นคันบริเวณที่ถูกแสงแดด ผมร่วงมากผิดปกติ บวมตามขา หน้าหรือหนังตาควรรีบพบแพทย์ทันที นายแพทย์สมศักดิ์ อรรฆศิลป์ อธิบดีกรมการแพทย์ เปิดเผยว่า โรคแพ้ภูมิตนเอง (SLE) เป็นโรคที่ระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายมีความผิดปกติ โดยภูมิคุ้มกันจะต่อต้านและทำลายเนื้อเยื่ออวัยวะต่างๆ จนเกิดเป็นอาการอักเสบเรื้อรัง ทำให้มีอาการเหนื่อยล้า มีผื่นแดงตามใบหน้า ตาแห้ง ตัวบวม ปวดศรีษะ ปวดบวมตามข้อ ผมร่วง เป็นต้น เมื่อป่วยด้วยโรคนี้ อาการจะมีทั้งแบบที่เกิดขึ้นอย่างเฉียบพลัน หรือแบบค่อยเป็นค่อยไปอาการจะรุนแรงน้อยไปถึงรุนแรงมากและอาจมีอาการป่วยเพียงชั่วคราว ส่วนสาเหตุเกิดจากความผิดปกติของระบบภูมิคุ้มกันภายในร่างกาย ที่ควรจะมีปฏิกิริยาต่อต้านเชื้อโรคและสิ่งแปลกปลอมที่เข้าสู่ร่างกาย แต่กลับมีปฏิกิริยาต่อต้านและทำลายเนื้อเยื่อตามอวัยวะต่างๆของร่างกายแทน อาจมีบางปัจจัยที่จะเป็นความเสี่ยงต่อการเกิดโรค ได้แก่ พันธุกรรม การเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน การติดเชื้อ การใช้ยาบางชนิด การได้รับสารเคมี แสงแดด ดังนั้น ผู้ที่เป็นโรคนี้ควรดูแลตนเองอย่างถูกต้อง รวมทั้งออกกำลังกายแต่พอดี เหมาะสม และไม่ควรโดนแดด หลีกเลี่ยงการออกกำลังกายในขณะที่มีอาการกำเริบ จะเป็นผลดีต่อสุขภาพของผู้ป่วยมากกว่า นายแพทย์ศักรินทร์ วงศ์เลิศศิริ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลเลิดสิน กล่าวว่านอกจากอาการที่เป็นกับโรคแพ้ภูมิตนเองแล้วแพทย์จะตรวจเลือดและปัสสาวะเพื่อวินิจฉัยโรค ส่วนการรักษาโรคแพ้ภูมิตนเองจะต้องทำความเข้าใจเกี่ยวกับตัวโรค การปฏิบัติตัวอย่างถูกต้องของผู้ป่วยและการดูแลของแพทย์เป็นสำคัญ การรักษาโรคขึ้นอยู่กับความรุนแรงของโรค แพทย์จะพิจารณาวิธีการรักษาตามอาการ สำหรับผู้ป่วยควรหลีกเลี่ยงปัจจัยเสี่ยงที่อาจเกิดโรคและลดการกำเริบของโรคได้โดยการรับประทานยาตามที่แพทย์สั่ง ควบคุมอาหารและรับประทานแต่สิ่งที่มีประโยชน์ พักผ่อนให้เพียงพอ ไม่สูบบุหรี่ หลีกเลี่ยงการสัมผัสกับแสงแดดและสารเคมี การออกกำลังกายสำหรับผู้ป่วยที่อาการไม่หนัก สามารถออกกำลังได้ทุกประเภท แต่จะต้องไม่หักโหมจนเกินไป ควรออกกำลังกายครั้งละ 30-45 นาทีต่อวัน สัปดาห์ละ 3-4 ครั้ง โดยเริ่มออกกำลังกายช่วงแรก 10-15 นาทีแล้วค่อยๆ เพิ่มจนครบ 30-45 นาที แต่ถ้าออกกำลังกายเพียงไม่กี่นาทีแล้วรู้สึกเหนื่อยให้หยุดทันทีและควรหลีกเลี่ยงแสงแดด สำหรับผู้ป่วยที่มีอาการค่อนข้างรุนแรง ควรออกกำลังกายตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัดและหลีกเลี่ยงการออกกำลังกายในขณะที่มีอาการกำเริบ รักษาสุขภาพจิต เรียนรู้วิธีการจัดการกับความเครียด เมื่อไรก็ตามที่สงสัยว่าเป็นโรคนี้ให้สังเกตจากการมีไข้ต่ำๆไม่ทราบสาเหตุเป็นเวลานาน มีอาการปวดตามข้อ มีผื่นขึ้นบริเวณใบหน้าหรือมีผื่นคันบริเวณที่ถูกแสงแดด มีผมร่วงมากผิดปกติ มีอาการบวมตามขา หน้าหรือหนังตา ควรรีบปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญและทำการรักษาทันที *************************************************** #กรมการแพทย์ #โรงพยาบาลเลิดสิน #โรคแพ้ภูมิตนเอง -ขอขอบคุณ- 23 มกราคม 2563

วันที่ 23 ม.ค. 2563

อ่านต่อ

หมวดข่าวสาร หมวดข่าวสาร

หน่วยบริการ หน่วยบริการ

หน่วยบริการ แอพพลิเคชั่น

เงื่อนไขการให้บริการเว็บไซต์ :

WEBSITE POLICY PRIVACY POLICY WEBSITESECURITY POLICY สงวนลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2562 โดยกรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข

ติดต่อ :

88/23 ถนนติวานนท์ ต.ตลาดขวัญ อ.เมือง จ.นนทบุรี 11000

โทร. 0-2590-6000

แฟกซ์. 0-2591-8253

อีเมล์ : WEBMASTER@DMS.MAIL.GO.TH